Share

มีอีกเยอะ!!รวบเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ใช้APPแจ้งพิกัดก่อนขนยาบ้าไอซ์ยาอีกัญชาอาวุธปืนส่งลูกค้าอื้อซ่า#??

 

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 ส.ค.61 พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ เปิดแถลงผลการปฏิบัติตามแผน”พิทักษ์ประชา 61/4 ภ.3 ของตำรวจภูธรภาค 3 สั่งสนธิกำลังตั้งด่านตั้งจุดสกัดของ ตร.สภ.ช่องสามหมอ ด่านบูรณาการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตร.ภาค 3 เพื่อเร่งขยายผลหลังสืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดเข้ามาในพื้นที่จ.ชัยภูมิลอตใหญ่ มาตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่6ส.ค.ที่ผ่านมาซึ่งกลุ่มเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดครั้งนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่มีการปรับวิธีการรับงานมาแนวใหม่ จากกลุ่มเดิมๆ ซึ่งจะมีการรับจัดส่งยาเสพติดทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นยาบ้า กัญชา ยาอี ยาไอซ์ เข้าพื้นที่และรวมทั้งจะมีการขนทั้งอาวุธปืน เครื่องกระสุน รุนแรงทุกประเภท เพื่อเข้ามาจำหน่ายในพื้นที่เป็นจำนวนมากด้วย โดยจะมีการใช้วิธีมีคนจัดส่งเข้ามาให้กลุ่มเครือข่ายผู้ค้า ในพื้นที่ที่มีกลุ่มเยาวชนในพื้นที่จ.ชัยภูมิ ร่วมเป็นเครือข่ายจำนวนมากด้วยโดยจะใช้วิธีการตบตาหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยจะมีกลุ่มหัวหน้าเครือข่าย นำขนลักลอบยาเสพติดทุกประเภทดังกล่าวที่มีลูกค้าสั่งซื้อ พร้อมอาวุธปืนเครื่องกระสุน นำใส่กระเป๋าเสื้อผ้า และแอบนำมาวางทิ้งไว้ตามจุดต่างๆในเขตอ.คอนสวรรค์ และเขตอ.เมืองชัยภูมิ หลังรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฎชัยภูมิ ก่อนที่จะส่งไลน์แจ้งในกลุ่มเครือข่ายในพื้นที่ไปเก็บมากระจายส่งต่อให้กับลูกค้าในพื้นที่

จนล่าสุดเมื่อช่วงบ่าย(6ส.ค.) เวลา16.30น.ที่ผ่านมา ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรช่องสามหมอทำการออกตรวจเฝ้าระวังในเส้นทางสายรองซึ่งต้องสงสัยว่าจะเป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด หลังสืบทราบว่าจะมีการนำยาเสพติดทุกประเภทดังกล่าวลักลอบเข้าพื้นที่ ผ่านเส้นทางหมู่ 13 ต.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ จึงขยายไปตั้งด่านสกัด จนพบมีนายศุภวิชญ์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298 หมู่ 13 ต.คอนสวรรค์ อ.คอนสวรรค์ จ.ชัยภูมิ ขับขี่รถจยย. ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว แดง หมายเลขทะเบียน 1กฐ 3280 ชัยภูมิ จึงขอเรียกตรวจผู้ต้องพามีท่าทางพิรุธและพยายามจะกลับรถขับหลบหนี ทางเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวของเข้าตรวจค้นที่ผู้ต้องหารายนี้มีการสะพานกระเป๋าผ้าสีน้ำเงินมาด้วย ก่อนค้นภายในกระเป๋าพบยาบ้ารวมเบื้องต้นจำนวนกว่า 2,000 เม็ด ยาอี อีก 4 เม็ด ซึ่งผู้ต้องหายอมรับว่ากำลังจะนำยาเสพติดดังกล่าวไปส่งให้ลูกค้าย่อยที่นัดให้นำกระเป๋าไปทิ้งไว้บริเวณถนนหมายเลข 229 ชัยภูมิ-มัญจาคีรี รอยต่ออ.แก้งคร้อ-คอนสวรรค์จ.ชัยภูมิและ อ.มัญจาคีรีจ.ขอนแก่นต่อมา จนท.ตร.ชุดจับกุมมีการขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาในเขตอ.เมือง บ้านเลขที่ 360 หมู่ 2 ต.นาฝาย ในเขตอ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งยังได้พบกระเป๋าเสื้อผ้าขนาดใหญ่อีก 2 ใบ ด้านในซุกซ่อนยาบ้ายาอีรวมทั้งไอซ์จำนวนมากเต็มกระเป๋าพร้อมด้วยอาวุธปืนเครื่องกระสุนไว้รอส่งให้ลูกค้าอีกจำนวนมากทั้งกัญชาอัดแท่ง นำหนักรวม 6,420 กรัม ยาไอซ์ 315 กรัม ยาบ้า รวม 24,261 เม็ด ยาอี 4 เม็ด อาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 9 มม. ยี่ห้อซิกซาวน์เออร์ รุ่นp250 มีร่องรอยการขูกลบหมายเลขทะเบียนจำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนบรรจุอยู่ในแม็กกาซีน รวม 3 นัด อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ เบอร์ 12 พร้อมลำกล้องเสริมดัดแปลงเพื่อใช้กระสุนขนาด .38 อีกจำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกจำนวนมาก 77 นัด และมีกร่องรอยทดลองยิงไปแล้ว 4 ปลอก ซึ่งผู้ต้องหารายนี้รับว่ามีลูกค้าอยากได้อาวุธปืนชุดนี้มาจึงสั่งควบมาพร้อมยาเสพติดทั้งหมดในครั้งนี้ด้วยซึ่งของกลางทั้งหมดที่ยึดได้ภายในบ้านพักดังกล่าวรวมทั้งหมดมีมูลค่านับหลายล้านบาท

โดยจากการสอบสวนของ จนท.ตร.ซึ่งผู้ต้องหารับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดซึ่งรวมทั้งอาวุธปืนและเครื่องสุนทั้งหมดเป็นของเครือข่ายนายทุนส่งมาให้ โดยบรรจุไว้ในกระเป๋าเสื้อผ้าสีดำขนาดใหญ่นำมาวางไว้ตามจุดต่างๆแล้วจะแจ้งพิกัดจุดวางของทางแอพไลน์ซึ่งครั้งนี้แจ้งจุดอยุ่บริเวณริมถนนสายชัยภูมิ-มัญจาคีรี ในรอยต่อเขตอ.แก้งคร้อ-คอนสวรรค์ และในเขตอ.เมืองชัยภูมิจะนำมาวางทิ้งไว้บริเวณด้านหลังมหาวิยาลัยราชภัฎชัยภูมิ เมื่อรู้จุดพิกัดของที่ส่งมาตนเองก็จะไปเก็บรับยาเสพติดทั้งหมด ตามเส้นทางต่างๆโดยทำมาแล้วมากกว่า 10 ครั้งซึ่งทางด้านพล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ กล่าวว่าการกวาดล้างจับกุมเป็นไปตามแผนปฏิบัติการ “พิทักษ์ประชา61/4 ภ.๓3” ของตำรวจภูธรภาค3 ภายใต้การนำของ พลตำรวจโทดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค3 ได้ดำเนินการปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้น มีการปฏิบัติการกดดัน ปราบปราม กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ที่ทำการเป็นเครือข่ายในพื้นที่ต่างๆ ทั่วพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค3 และเน้นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด จากแหล่งผลิตภายนอกประเทศ เพื่อไม่ให้เข้ามาภายในประเทศ และไม่ให้เข้าไปสู่แหล่งแพร่ระบาด โดยเน้นย้ำการตั้งจุดตรวจอย่างเข้มแข็ง ต่อเนื่องตลอดเส้นทางสายสำคัญที่เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติด รวมถึงขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลังกลุ่มขบวนการ และดำเนินการกับทรัพย์สินที่ได้มา หรือเกี่ยวข้องกับยาเสพติด อันจะนำมาซึ่งความสงบเรียบร้อยของสังคม และส่งผลดีต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และในการจุบกุมครั้งนี้พบว่าขบวนการค้ายาเสพติดใช้แพพิเคชั่นไลน์ในการแจ้งจุดพิกัดในแต่ละครั้งแบบครบวงจรมากขึ้น อีกทั้งมียาเสพติดเกือบทุกประเภท รวมทั้งเข้ามาอยู่ในขบวนการค้าอาวุธเข้ามาพ่วงเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งจะได้เร่งขยายผลติดตามกลุ่มร่วมขบวนการเครือข่ายยาเสพติดค้าอาวุธรายใหญ่ครั้งแรกของจ.ชัยภูมิไม่ว่าจะมีใครเข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องถูกดำเนินการกวาดล้างจับกุมให้สิ้นซากและนำตัวผู้ร่วมกระทำความผิดมาลงโทษเพื่อทำลายเครือข่าย และใช้มาตรการในการยึดทรัพย์เพื่อตัดรากถอนโคนขบวนการค้ายาเสพติดรายสำคัญรายนี้ต่อไป////

Share

Related posts