ชัยภูมิเริ่มแล้วงานมหัศจรรย์ตีคลีไฟหนึ่งเดียวในโลก

Share

ชัยภูมิเริ่มแล้วงานมหัศจรรย์ตีคลีไฟหนึ่งเดียวในโลก

ชาวตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมืองชัยภูมิ พร้อมใจกันอนุรักษ์และสืบสานการละเล่นเก่าแก่ ที่สมัยปู่-ย่า ตา-ยาย เคยเล่นสนุกสนาน พักผ่อน หย่อนใจ คลายเมื่อยล้า หลังเสร็จสิ้นจากการทำไร่ ทำนา ก่อนที่จะสูญหายไปกับกาลเวลา ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ และพัฒนาขึ้นมาเป็นงานประจำปีต่อเนื่องมาหลายปี นั่นคือการเล่นตีคลีไฟ สู่เทศกาลมหัศจรรย์ตีคลีไฟชัยภูมิ ปีนี้ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 ธันวาคม 2560 ที่บริเวณวัดแจ้งสว่าง บ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ

โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานเปิดงาน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเรื่องราว ผ่านการแสดงกึ่งแสง สี เสียงตำนานตีคลีไฟ และความมหัศจรรย์ของคนเล่นไฟ ท่อนไม้ ที่ทำจากต้นนุ่น หั่นเป็นลูกกลมๆ และนำไปเผาไฟ ลูกไฟแดงๆที่ติดไฟลุกโซนกลายเป็นอุปกรณ์การเล่น ให้ผู้เล่นใช้เหง้าไม่ไผ่ ลักษณะคล้ายไม้ฮ๊อคกี้ หรือไม้ตีกอล์ฟ ซึ่งชาวบ้านที่นี่ได้นำเอาวัสดุที่มีอยู่ตามท้องถิ่นนั่นก็คือเหง้าไม้ไผ่ มาทำเป็นไม้ตี แล้วแบ่งเป้นทีม ลงแข่งกันทีมล่ะ7คน แล้วก็แย่งกันตีลูก ฝ่ายไหนสามารถตีลูกไฟเข้าประตูฝ่ายตรงข้ามได้มากกว่าก็จะเป็นฝ่ายชนะ สร้างความสนุกสนานตื่นเต้น ตลอดเวลาในการแข่งขันท่ามกลาง ทุกสายตาที่คอยลุ้นด้วยความหวาดเสียว กลัวว่าลูกไฟจะโดนผู้เล่น แต่คนที่หวาดเสียวที่สุดคือผู้รักษาประตู คนนี้ต้องใช้มือเปล่าจับลูกไฟ สร้างเสียงฮือฮาทุกครั้งที่ลูกไฟถูกตีมายังประตู


ตามประวัติเล่าว่าการละเล่นแบบนี้ พบเห็นคนสมัยก่อนๆประมาณปี 2489 เล่นกันที่บ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม เดิมทีเรียกกันว่าคลีโหลน คือใช้เหง้าไม้ไผ่ ตีลูกไม้นุ่นซึ่งมีน้ำหนักเบา แข่งกันแบบตีไกล ใครตีไปได้ไกลกว่าเป็นผู้ชนะ ต่อมาก็พัฒนามาเล่นเป็นทีม เผอิญช่วงหนึ่ง อากาศหนาวมีการก่อกองไฟไว้ข้างสนาม ลูกไม้นุ่นถูกตีเข้าไปในกองไฟ กว่าจะเขี่ยออกมาได้ ไฟก็ติดจนลุกไหม้ ด้วยความสนุกสนานติดพันในเกมส์ พอเขี่ยออกมาได้ ก็ใช้เล่นต่อไปทั้งที่ลูกไม้ยังติดไฟ เวลาไม้กระทบลูกไฟจะมีประกายไฟพุ่งเป็นหาง และดูสวยงามตื่นเต้น จากคลีโหลน จึงเปลี่ยนมานิยมเล่นตีคลีไฟ หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ไม่ค่อยพบเห็นการละเล่นเกือบ 1 ชั่วอายุคน ชาวบ้านหนองเขื่องบางคนยังคงจดจำภาพและเรื่องราวเอาไว้ได้ โดยเฉพาะนายอุ่น บุญชู อดีตผู้ใหญ่บ้าน ได้นำมาเล่าให้สื่อมวลชนและผู้สนใจได้รับทราบ จึงเกิดแรงกระตุ้นให้เกิดการแสดงให้สื่อมวลชนดู ในงานประจำปีของวัด และเริ่มกลับมาละเล่นอีกครั้งเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันได้รับงบประมาณสนับสนุนจากงบพัฒนาจังหวัด และจัดงานเป็นประจำทุกปีอย่างต่อเนื่องตลอดมา/////////

 

Share

Related posts