: ช่างภาพ-สื่อฯชัยภูมิ ร่วมจิตอาสาบันทึกภาพงานพระราชพิธี น้อมเกล้าส่งเสด็จสู่วรรคาลัย

Share

พระตำหนักเขียว ภายในบริเวณจวนผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเคยเป็นที่ประทับแรม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินออกเยี่ยมประชาชนชาวชัยภูมิ ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2498

เสด็จพระราชดำเนินเยือนเมืองชัยภูมิ เพื่อเป็นมิ่งขวัญแก่ชาวชัยภูมิ หลังจากทั้งสองพระองค์เสด็จกลับ ทางจังหวัดชัยภูมิจึงอนุรักษ์พระตำหนักเขียวแห่งนี้ไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า และ ศิลปวัฒนธรรมแห่งความภาคภูมิใจของชาวชัยภูมิ ##

วันที่ปวงชนชาวไทยต้องเสียใจอย่างที่สุด เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช เสด็จสวรรคต เมื่อเวลา 15.52 น. ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช คณะรัฐบาลประกาศไว้ทุกข์ถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี ทางสำนักพระราชวัง มีหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระบรมศพระหว่างวันที่ 14 ตุลาคม 2559 ถึง 21 มกราคม 2560 ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง และพระราชพิธีทรงบำเพ็ญกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต วันที่ 13-14 ตุลาคม 2560 ซึ่งประชาชนชาวชัยภูมิ ต่างสำนึกในพรมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยนายชูศักดิ์ ตรีสาร ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ในขณะนั้น ได้นำพสกนิกรชาวชัยภูมิ บรรดาข้าราชการ ร่วมงานพระราชพิธีอย่างสมพระเกียรติตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ก่อนวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่จะมีขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ กลุ่มบุคคลของจังหวัดชัยภูมิ อย่างเช่น ช่างภาพและสื่อจิตอาสา ที่คอยรับหน้าที่บันทึกภาพงานพระราชพิธี ตั้งแต่พิธีทำบุญอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ ขึ้นประดิษฐานบนพระเมรุมาศจำลอง ที่บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ จนพิธีอัญเชิญพระโกศบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ไปลอยที่เขื่อนจุฬาภรณ์


และในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 ที่พสกนิกรชาวไทยไม่อยากให้มีวันนี้ ก็สุดที่จะห้ามมิให้มีวันนี้ได้ เมื่อเวลา 09.00 น. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ (คนปัจจุบัน) นำบรรดาข้าราชการประชาชนชาวชัยภูมิ ทำพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ประชาชนต่างสุดอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ประชาชนแน่นบริเวณพระเมรุมาศจำลอง หน้าศาลากลางจังหวัดชัยภูมิ(หลังเก่า) จนกระทั่งเวลา 22.00 น.ของวันเดียวกัน ประชาชนเรือนแสนทั้ง 16 อำเภอ ที่เข้าร่วมพิธีถวายพระเพลิง ต่างกลั้นน้ำตาไม่ไหว ร่ำไห้ ถวายความอาลัยน้อมใจยืนสงบนิ่งส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยในหลวงรัชการที่ 9 เป็นครั้งสุดท้าย หน้าพระเมรุมาศจำลอง ทั้ง 16 อำเภอ

ต่อมาเวลา 23.00 น. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ประธานในพิธีได้นำดอกไม้จันทน์ไปต่อไฟหลวงพระราชทาน และพระสงฆ์สมณศักดิ์ขึ้นวางดอกไม้จันทน์ ต่อด้วยข้าราชการและประชาชน ที่มายืนรอเข้าแถวเพื่อขึ้นวางดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมาก ต่างกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร่ำไห้ด้วยความอาลัยและระลึกถึงพระองค์ท่าน แสงพระเพลิงรุกไหม้ ยิ่งทำให้ประชาชนแทบใจสลาย หลายคนที่มาเข้าร่วมพิธี รวมทั้งช่างภาพ-สื่อจิตอาสาในครั้งนี้ ต่างกล่าวว่า หลังจากนี้ไปจะเดินตามรอยพ่ออย่างพอเพียง และรักสามัคคีกัน สิ่งที่ช่างภาพ-สื่อจิตอาสาของจังหวัดชัยภูมิ ได้ปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้ ได้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อยอย่างสมพระเกียรติ วันที่ 27 ตุลาคม 2560 ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ศาล ทหาร ตำรวจ ได้อัญเชิญพระโกศบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์และถุงบรรจุเถ้าดอกไม้จันทน์ ไปลอยที่เขื่อนจุฬาภรณ์ อำเภอคอนสาร

สถานที่ทางประวัติศาสตร์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เคยเสด็จพระราชดำเนินทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจและประทับแรม ณ สถานที่แห่งนี้ถึง 3 ครั้ง ชาวชัยภูมิต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ที่พระองค์ได้พระราชทานโครงก่อสร้างเขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนห้วยกุ่ม เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมภัยแล้ง แก่ราษฎรชาวอำเภอคอนสารและอำเภอใกล้เคียงมาตราบถึงปัจจุบัน

ภารกิจของ “ช่างภาพ-สื่อจิตอาสา” ของจังหวัดชัยภูมิ ที่อาสาด้วยใจยังไม่เสร็จสิ้น ทุกคนต่างมีจิตอาสาพร้อมจะทำความดีในกิจกรรมต่างๆของบ้านเมืองเรา โดยเฉพาะภารกิจอันสำคัญที่เกี่ยวข้องในจังหวัดชัยภูมิ ตามแนวทางที่พระองค์ได้ทรงชี้แนวทางไว้ และต่อจากนี้ไป ทุกๆปี ในวันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคตและวันหยุดราชการเพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอัน //////ทีมข่าวชัยภูมินิวส์-ทีวี ข่าว / ทีมช่างภาพจิตอาสา จ.ชัยภูมิ -ภาพ /////

Share

Related posts