ชัยภูมิสลดวอนช่วยพ่อเฒ่าอยู่มาจน70ปีไม่เคยมีบัตรปชช.ต้องขอข้าวชาวบ้านวัดกิน ช่วยประทังชีวิตไปวันๆ บ้างช่วงต้องอดข้าวนานกว่า 3-4 วัน ต้องอาศัยน้ำฝนดื่มประทังชีวิต

Share

ปัจจุบันเริ่มป่วยช่วยตัวเองออกหารับจ้างไม่ได้และไม่สามารถรับเงินสวัสดิการผู้สูงอายุและผู้พิการช่วยเหลือจากภาครัฐได้เพราะไม่มีบัตรประชาชนมาตั้งแต่เกิด คุณลุงเจ้าตัวเผยเหตุที่ไม่มีบัตรปชช.เพราะหลังมีอายุได้เพียง 15 ปี ได้หนีออกจากบ้านจากจ.ราชบุรี มาหาทำงานรับจ้างตัดอ้อยและมาเจอแฟนสาวที่จ.ชัยภูมิ ก่อนมาอยู่กินด้วยกันจนกว่า 10 ปีที่ผ่านมาภรรยาที่จ.ชัยภูมิได้เสียชีวิตลง คุณลุงวัย 70 ปี รายนี้ต้องล้มป่วยและอยู่อย่างลำพังไม่มีใครช่วยเหลือได้ต้องขอข้าววัดและชาวบ้านกินประทังชีวิตไปวันๆ ….ชาวบ้านใกล้เคียงพบเห็นแล้วเศร้าจึงฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ชัยภูมิ เร่งลงพื้นที่เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือคุณลุงรายนี้เป็นการด่วนต่อไปแล้ว..

( 9 ก.ย.60 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ ได้มีชาวบ้านป่าหม้อ ต.โคกกุง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ฝากวิงวอนให้สื่อเป็นตัวกลางช่วยเหลือพ่อเฒ่าวัย70ปี ซึ่งไม่เคยมีบัตรประชาชนไม่เคยได้รับสวัสดิการใดๆเลยในชีวิต ซ้ำยังไร้ที่พึ่งไม่มีญาติ ต้องอาศัยบ้านร้างกลางหมู่บ้านซุกหัวนอนซ้ำยังถูกน้ำท่วมขังอยู่อย่างยากลำบากมาตลอดจนปัจจุบัน

ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบกับ นายทอง องศา อายุ70ปี ที่อาศัยอยุ๋ภายในบ้านดังกล่าว เลขที่82หมู่7 ตำบลโคกกุง อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นั่งอยู่บริเวณหน้าบ้านลักษณะชั้นเดียวสภาพเก่าทรุดโทรมเป็นอย่างมาก และบริเวณบ้านยังมีน้ำท่วมขังรอบบริเวณบ้านและน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นคลุ้งไปทั่วจากการสำรวจภายในบ้านคุณลุงวัย 70 ปี รายนี้ก็ไม่พบสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆมีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆแขวนอยู่ไม่กี่ตัวส่วนด้านนอกพบเตาถ่านและหวดที่มีไว้สำหรับนึ่งข้าวตั้งอยู่แต่ไม่มีข้าวที่จะหุงเลย

ซึ่งคุณลุงวัย 70 ปี หรือนายทอง องศา เล่าว่า ก่อนที่จะมาอยู่ที่อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ย้อนไป เมื่อประมาณกว่า50ปีที่ผ่านมาในวัยเด็กตนเองได้หนีออกจากบ้านมาตั้งแต่อายุ15-16ปี พอที่จะจำได้ว่าเกิดที่อ.โพธาราม จ.ราชบุรี แต่จำชื่อหมู่บ้านไม่ได้ โดยออกมารับจ้างตัดอ้อย รับจ้างแบกอ้อย อยู่ในพื้นที่จ.กาญจนบุรีนานหลายปีไม่เคยกลับบ้านและติดต่อพ่อแม่พี่น้องเลย จนเป็นหนุ่มเต็มตัวอายุครบที่จะต้องทำบัตรประชาชนก็ไม่ได้ไปติดต่อทางอำเภอแต่อย่างใดเพราะช่วงนั้นไม่มีความรู้และไม่รู้อะไร

จนต่อมาตนเองได้พบรักกับนางด้วน เอ้สามี สาวชัยภูมิที่ไปรับจ้างตัดอ้อยที่จ.กาญจนบุรีและได้ตัดสินใจเดินทางมาใช้ชีวิตร่วมกันที่อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิโดยมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และทั้งคู่ไม่มีบุตรด้วยกันแต่อย่างใด จนกระทั่งนางด้วน ภรรยาได้เสียชีวิตลงไปเมื่อกว่า10ปีที่ผ่านมา จากนั้นมาตนเองก็อยู่คนเดียวมาตลอดที่บ้านหลังนี้ซึ่งเป็นบ้านของญาติๆของภรรยา และยึดอาชีพออกหารับจ้างทั่วไปเลี้ยงชีพมาได้จนปัจจุบันก็อายุกว่า70ปีแล้ว

และปัญหาต่อมาเมื่อ4-5ปีก่อนตนเองเกิดอุบัติลื่นล้มทำให้เดินไม่คล่องต้องใช้ไม้เท้าพยุงตลอดเวลาเมื่อรับจ้างไม่ได้ก็ไม่มีเงินเมื่อทำงานไม่ได้ชาวบ้านก็ไม่มาจ้างช่วงนี้ลำบากมากเพราะไม่มีญาติพี่น้องไม่มีคนคอยดูแลต้องหากินเองทั้งที่ทำไม่ค่อยไหวหลายครั้งที่ต้องทดอดข้าวนานกว่า3วันมีเพียงน้ำฝนที่รองไว้ข้างบ้านเท่านั้นเพื่อนำมาดื่มแก้หิวประทังชีวิตไปวันๆ

ซึ่งนายทอง ยังบอกว่ารู้สึกเกรงใจชาวบ้านอดได้ก็อดเอาไปหาขอคนอื่นเขาก็ลำบากเหมือนกัน ต่อมาเมื่อชาวบ้านระแวกใกล้เคียงทราบข่าวก็นำข้าวและอาหารมาให้ที่บ้านบ้างแต่ก็ไม่ได้สม่ำเสมอเพราะว่าชาวบ้านในหมู่บ้านนี้มีอาชีพทำไร่ทำนาเช้ามาก็ออกจากบ้านกว่าจะกลับก็ค่ำจนหลายครั้งต้องใช้ไม้เท้าพยุงตัวเองเดินไปขอข้าวที่วัดในหมู่บ้านซึ่งอยู่ห่างออกไปเกือบ1กม.ซึ่งต้องใช้เวลาเดินนานหลายชั่วโมงกว่าจะถึงวัดและได้กินข้าว

ต่อมาผสข.ได้ประสานไปยัง ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดชัยภูมิ เพื่อขอแนวทางให้การช่วยเหลือนายทอง ลุงไว้ 70 ปี รายนี้ ที่ตามระเบียบของราชการการ เบื้องต้น จนท.ฯได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมและรวบรวมข้อมูลต่างๆเช่นประวัติทะเบียนราฎษร์ ถามชื่อพ่อแม่ญาติพี่น้องชื่ออะไรบ้างมีกี่คนซึ่งทางด้านนายทองจำได้เพียงชื่อพ่อและแม่เท่านั้นส่วนพี่น้องอีก3คนจำไม่ได้จำได้เพียงมีพี่สาว2คนน้องสาว1คน ซึ่งการช่วยเหลือของทางราชการทำได้ยาก เพราะตัวลุงวัย 70 ปี รายนี้ไม่เคยมีบัตรประชาชนหรือมีการติดต่อทำบัตรประจำตัวประชาชนมาก่อนเลย จึงไม่สามารถมีทะเบียนรับสวัสดิการใดๆจากภาครัฐได้ทั้งเบี้ยยังชีพและผู้พิการได้

 

ทางด้านนางสาวมณีวรรรณ วรรณภักดิ์ ผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ชัยภูมิ กล่าวว่า กรณีของนายทอง องศา วัย 70 ปี นี้เป็นผู้ที่ประสบปัญหาทางสังคม ไม่มีคนดูแลไม่มีบัตรปชช.ไม่ได้เรียนหนังสือปัจจุบันติดต่อญาติก็ไม่ได้ จึงได้บูรณาการร่วมกับ อบต.โคกกุงเพื่อประสานกับทางอำเภอแก้งคร้อเพื่อสืบค้นตรวจสอบทางทะเบียนราฏษร์เพื่อให้ได้รับสิทธิสวัสดิการจากภาครัฐ พร้อมกันนี้ทางศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจ.ชัยภูมิ จะได้ให้การติดตามช่วยเหลือต่อไป

ทางด้านกระแสสังคมเมื่อทราบกรณีของคุณลุงวัย 70 ปี รายนี้แพร่สะพัดออกไปก็ได้รับความสงสารต่อผุ้พบเห็นจากประชาชนต่างนำสิ่งของข้าวสารอาหารเครื่องดื่มมามอบให้นายทองฯเพื่อให้กำลังใจคุณลุงกันมากขึ้น สุดท้ายนายทองกล่าวว่า ครั้งนี้ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชน และผู้ใจบุญที่ทราบว่าตนเองลำบสกก็รู้สึกขอบคุณและดีใจที่มีคนใจบุญนำสิ่งของมาให้แต่ในชีวิตนี้มีอีก2อย่างที่อยากได้มากที่สุดคือการได้มีบัตรประชาชนได้เป็นคนไทย เหมือนกับคนไทยทุกคนที่ตนเองมีศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวประจำบ้านที่เหลือไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจในชีวิตวิตนี้ก็คือกรอบรูปภาพเก่าๆที่มีรูปภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงทุกรัชกาลที่ผ่านมาเท่านั้น

และความหวังสุดท้ายของชีวิตนี้ก็อยากจะเจอหน้าญาติพี่น้องถ้ายังมีชีวิตอยู่สักครั้งก่อนตัวเองจะหมดแรงลมหายใจจากโลกนี้ไปอีกซักครั้งในชีวิตเท่านั้น/////ทีมข่าวชัยภูมิ รายงาน

Share

Related posts