ตร.ชัยภูมิจับขบวนการ”ค้ายาบ้ารายใหญ่”เครือข่ายลูกนักข่าวดัง

Share

ตร.ชัยภูมิจับขบวนการ”ค้ายาบ้ารายใหญ่”เครือข่ายลูกนักข่าวดังได้พร้อมของกลางยาบ้ารวมกว่า 6,800เม็ดเงินสดอีกว่า400,000บาทตามรวบได้เบื้องต้นเกือบยกแก๊งแล้วรวม 4 ราย

 

เมื่อตั้งแต่ช่วงวันที่ 31 ก.ค.60 -4 ส.ค.60 ชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดจ.ชัยภูมินำโดย พ.ต.ท.คำนวณ บ่ายกระโทก หน.ชป.ปส.ภ.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พัฒนะ สุภศักดิพัฒน์, พ.ต.ท.สุเทพ นาจะหมื่น, พ.ต.ท.สิริณรงค์ อินทะพุฒ, พ.ต.ท.วิชาญ กระจ่างโพธิ์ ได้รับรายงานจากสายว่าจะมีแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่จากประเทศเพื่อนบ้านนัดส่งยาบ้ากันจำนวนมากเข้ามาให้เอเย่นรายใหญ่ในจังหวัดชัยภูมิ

จึงรายงานให้พ.ต.อ.มาโนชย์ พวงชมภู รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ , พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผกก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมนำกำลังชุดสืบสวนออกทำการหาข่าวและติดตามพฤติกรรมกลุ่มบุคคลดังกล่าวทราบว่าในช่วงวันที่31 ก.ค.60 ที่ผ่านจะมีการส่งมอบยาบ้าจำนวนดังกล่าวกันที่บ้านชีลองเหนือ ต.ชีลอง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ จึงส่งสายเข้าล่อซื้อและสามมารถจับกุมได้ทั้งผู้เสพและผู้ค้าที่เกี่ยวข้องจึงรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ

และล่าสุดได้มีการสั่งขยายผลนำกำลังเข้าจับกุม กลุ่มเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการครั้งนี้ได้อีก จำนวนมากได้ผุ้ต้องหารวม ประกอบด้วย 1.นายโชติภณ นาแสง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 177 หมู่ 3 ต.ในเมืองอ.เมือง จว.ชัยภูมิ ของกลาง ผลการตรวจปัสสาวะ จำนวน 1 ฉบับ ข้อหา เป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์เสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด ริมถนนชัยภูมิ –ตาดโตน ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ นำผู้ต้องหา ส่ง พงส.สภ.เมืองชัยภูมิ

2.นายพิภัทร ถนอมแนว อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 ม.6 ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ ของกลาง 1.ยาบ้า 4,400 เม็ด 2.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น เอมเอสเอ๊กซ์ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน 3.โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง 4.กระเป๋าสะพายหลังสีดำ 1 ใบ ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า )ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด บริเวณข้างเสาไฟฟ้าปากทางเข้าบ้านกุดสรวง ม.8 ต.บ้านเล่า อ.เมือง จว.ชัยภูมิ นำผู้ต้องหา ส่ง พงส.สภ.เมืองชัยภูมิ

จากนั้นได้ขยายผลจับกุมตัว ได้แกรายที่3.น.ส.นวพรรณ สายด้วง อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 302/33 ม.7 ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ ของกลาง ยาบ้า 165 เม็ด ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า )ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย เหตุเกิด บริเวณร้านอาหารข้างโรงแรมเดอะวันเดอร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ นำผู้ต้องหา ส่ง พงส.สภ.เมืองชัยภูมิ

จากนั้นยังมีการซัดทอดกันอีกว่ารับยาบ้ามาอีกคน ตร.จึงได้ขยายผลจับกุม ได้อีกเป็นรายที่4.น.ส.จุมรี มณีโรจน์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 69 ม.9 ต.ชีลอง อ.เมือง จว.ชัยภูมิ ของกลาง ยาบ้า 2,800 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า )ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ตรวจยึดตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ 1. เงินสด จำนวน 409,000 บาท 2.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร 1 เล่ม 3. บัตร เอทีเอ็ม 3 ใบ เหตุเกิด บ้านเลขที่ 69 ม.9 ต.ชีลอง อ.เมือง จว.ชัยภูมิและนำเจ้าหน้าท่ีตำรวจไปขุดเอายาเสพติดที่เหลืออยู่ในป่าข้างบ้านพักได้อีกจำนวนมากเพื่อที่เตรียมจะขยายผลกับกลุ่มเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องต่อไป

หลังการจับกุมได้บันทึกส่งตัวผู้ต้องหาให้พ.ต.ต.จิตติพัฒน์ คำรังศรี ร้อยเวร สภ.เมืองชัยภุมิดำเนินคดี จากการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และจาการสืบสวนสอบสวนในเชิงลึกทราบว่าระยะหลังก่อนถูกจับกุมนางสาวตุกติกฯ(นามสมมุติ)เอเยนรายใหญ่ที่มีความสัมพันธุ์ลึกซึ้งกับลูกชายผู้สื่อข่าวสำนักดังรายใหญ่และเข้าออกบ้านพักของผู้สื่อข่าวรายนี้อยู่เป็นประจำ โดยระยะหลังกลุ่มเพื่อนฝูงชาวบ้านเห็นผิดสั่งเกตุเพราะสองคนนี้ซื้อของใช้ราคาแพงกินตัว และเที่ยวมือเติบและระยะหลังมีเงินโอนฝ่านบัญชีจำนวนมากหลายแสนบาท จนเป็นที่จับตาของเจ้าหน้าที่และจากการสืบสวนสอบสวนทราบว่าสองคนนี้อยู่ในกลุ่มแก๊งค้ายาบ้ารายใหญ่ของจังหวัดชัยภูมิ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อและจับกุมตัวแฟนสาวได้ก่อน ส่วนตัวลูกนักข่าวดังได้ไหวตัวหลบหนีไปก่อนที่แฟนสาวจะถูกจับกุมและขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบจะได้สืบสวนหาตัวผู้เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลและติดตามยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให้ได้ทั้งหมดโดยเร็วต่อไป

ซึ่งจากการตรวจสอบเพิ่มเติมจากทางด้านองค์กรสื่อภายในจ.ชัยภูมิ ทั้งสมาคมนักข่าวจ.ชัยภูมิ และชมรมสื่อมวลชนจ.ชัยภูมิ ตรวจสอบเบื้องต้นว่าผู้ที่ถูกจับและอยู่ในขบวนการค้ายาบ้ารายใหญ่ของจ.ชัยภูมิ ครั้งนี้ที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้สื่อข่าวในพื้นที่สำนักดังรายหนึ่งนั้น ทราบว่าเป็นผู้สื่อข่าวสำนักหนึ่งจริง แต่ไม่มีความเกี่ยวข้องเป็นสมาชิกของสมาคมนักข่าวจ.ชัยภูมิ และสมาชิกในชมรมสื่อมวลชนจ.ชัยภูมิ ด้วยแต่อย่างใดและทางองค์กรสื่อทั้ง 2 องค์กรดังกล่าว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดและขออย่าเหมารวมทำให้องค์กรสื่อในพื้นที่จ.ชัยภูมิให้เกิดความเสียหายในครั้งนี้ด้วย และขอให้มีการดำเนินการตามกฏหมายกับบุคคลที่เกี่ยวข้องครั้งนี้อย่างเท่าเทียมกันเหมือนกับบุคคลประชาชนทั่วไปไม่ว่าจะเป็นใครทุกคนต้องเท่าเทียมกันหมด คนที่ทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเท่าเทียมเด็ดขาดทุกรายด้วยเช่นกัน ทางองค์กรสื่อ หรือสมาชิกสื่อทั้ง 2 องค์กรก็ไม่ยอมให้ใครมีอภิสิทธิ์มาอยู่เหนือกฎหมายได้เช่นกัน ไม่ว่าสื่อใครเองทำผิดก็ต้องถูกดำเนินการทั้งหมดด้วยเช่นกัน////ชัยภูมินิวส์-ทีวี //รายงาน

Share

Related posts